เสมากินผลไร้หนาม / พริคลีแพร์กินผลผลส้ม-เหลือง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Opuntia ficus-indica (หรือสายพันธุ์ย่อยเพื่อการเกษตร Opuntia ficus-indica f. inermis) โดดเด่นด้วยแผ่นใบขนาดใหญ่หนาสีเขียวอมฟ้า แทบไร้หนามแข็งยาว และติดผลทรงรูปไข่สีส้มทองอมเหลืองสดใส (Prickly Pear / Tuna / Barbary Fig) เรียงรายดกแน่นตลอดขอบใบ
ข้อมูลทั่วไปและลักษณะพฤกษศาสตร์
ชื่อวิทยาศาสตร์: Opuntia ficus-indica (L.) Mill.
ชื่อทั่วไป: Indian Fig, Barbary Fig, Spineless Prickly Pear, แคคตัสกินผล, มะเดื่ออินเดีย, ทูน่า (Tuna)
วงศ์: Cactaceae (วงศ์กระบองเพชร - วงศ์ย่อย Opuntioideae)
ถิ่นกำเนิด: ประเทศเม็กซิโก และแพร่หลายไปทั่วภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน แอฟริกาเหนือ และอเมริกาใต้ เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกมานานนับพันปี
ลักษณะลำต้น: ลำต้นเป็นแผ่นแบนหนาขนาดใหญ่ทรงไข่กลับหรือทรงพัด (Pads/Cladodes) กว้าง 15–25 ซม. ยาว 30–60 ซม. สีเขียวสดอมฟ้าเคลือบไขนวล แตกกิ่งซ้อนกันเป็นพุ่มไม้หรือไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ (สูงได้ถึง 3–5 เมตร)
ลักษณะหนาม: ส่วนใหญ่เป็นฟอร์มไร้หนามแข็ง (Spineless/Inermis) ตุ่มหนาม (Areoles) เรียงตัวห่างๆ มีเพียงปุยขนหนามละเอียด (Glochids) สีน้ำตาลอ่อนขนาดเล็ก
ลักษณะดอกและผล:
ดอกมีขนาดใหญ่สีเหลืองสดถึงส้มทอง (เส้นผ่านศูนย์กลาง 5–10 ซม.)
ผล (Tuna / Barbary Fig) มีขนาดใหญ่ทรงกระบอกรูปไข่ เมื่อสุกจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองทองอมส้มแดง รสชาติหวานฉ่ำน้ำ คล้ายแตงโมผสมผลกีวี อุดมด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ
การดูแลรักษา
แสงแดด: ต้องการแดดจัดเต็มวัน (Full Sun) 100% อย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงต่อวัน หากได้รับแสงแดดเต็มที่จะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แผ่นใบหนาแน่น และติดดอกออกผลดก
การรดน้ำ: ทนแล้งได้สูงมาก รดน้ำเมื่อดินแห้งสนิท สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือ 10–14 วัน/ครั้ง หลีกเลี่ยงน้ำขังแฉะบริเวณโคนต้น
วัสดุปลูก: ดินปลูกแคคตัสหรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี (ผสมหินภูเขาไฟ เพอร์ไลต์ และทรายหยาบในสัดส่วน 50–60%)
การขยายพันธุ์: เด็ดแผ่นใบปักชำ (เด็ดแผ่น ผึ่งแผลให้แห้งสนิท 7–10 วัน แล้วนำไปปักชำลงดินโปร่ง) ออกรากได้ง่ายและโตเร็วมาก หรือเพาะเมล็ดจากผลสุก